Kanchanaburi-info.com: all information about Kanchanaburi province and Sangkhlaburi Kanchanaburi, Thailand Forecast
Startseite von Kanchanaburi-info.com Sitemap - Kanchanaburi-info.com ติดต่อ
Welcome to Kanchanaburi
Kanchanaburi-info.com
อำเภอเมือง
รายการ
สถานที่ท่องเที่ยว
follow the monkey
Boat trips on the River Kwai

ถานที่ท่องเที่ยวที่ดึงดู และน่าสนใจในเขตอำเภอเมือง ท่านสามารถแวะชมสถานที่ต่างๆ โดย รถบัสประจำทางรถจักรยาน หรือ รถจักรยานยนต์ อีกทั้ง การท่องเที่ยวทางเรือ เพื่อชมทัศนียภาพของริมฝั่งสองแคว ท่านสามารถเช่าเหมาลำ โดยมีท่าเรือบริการ ณ บริเวณ ท่าเรือใต้สะพานข้ามแม่น้ำแคว และ ท่าเรือวัดไชยชุมพล ฃึ่งอยู่บริเวณใกล้กัน พิพิธภัณฑ์สงครามอักษะและเชลยศึก (พิพิธภัณฑ์สงครามวัดใต้)

สถานที่ท่องเที่ยว:
detailsสะพานข้ามแม่น้ำแคว detailsพิพิธภัณฑ์สงครามวัดใต้ detailsพิพิธภัณฑ์ทางรถไฟไทย-พม่า
detailsทางรถไฟสายมรณะ detailsพิพิธภัณฑ์สงครามโลก detailsสุสานทหารสัมพันธมิตรช่องไก่
detailsพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเก่า detailsวัดถ้ำเขาปูน detailsสุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก
detailsโรงเรียนสอนลิง   detailsElephant's World

สะพานข้ามแม่น้ำแคว

Bridge on the River Kwaiสะพานข้ามแม่น้ำแคว ซึ่งจัดเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางรถไฟสายมรณะ อนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง และจากการสร้างภาพยนต์หลายเรึ่อง หนังสือหลายเล่ม จึงทำให้สถานที่แห่งนี้ได้เป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก โดยมีกองทัพญี่ปุ่นเป็นผู้ควบคุมการก่อสร้างเส้นทางรถไฟสายมรณะ มีการเกณฑ์เชลยศึกจากหลายแหล่งด้วยกันได้แก่ ทหารอังกฤษ ทหารอเมริกา ทหารออสเตรีย ทหารฮอลแลนด์ และทหารนิวซีแลนด์ ประมาณ 61.700 คน และกรรมกรชาวจีน ญวน มลายู ไทย พม่า และอินเดีย เป็นจำนวนมาก ซึ่งสะพานเหล่านี้เป็นสะพานเหล็กสีดำที่ได้นำมาจากเกาะชวาซึ่ง ทางรถไฟสายมรณะ ระหว่างไทย-พม่า ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์เส้นผ่านไปสู่ประเทศพม่า การสร้างเต็มไปด้วยความลำบาก โรคภัย และการขาดแขดอาหาร ที่ทำให้เหล่าเชลยศึกหลายคนต้องเสียชีวิต หลายต่อหลายครั้งที่มีการซ่อมแซม เนื่องจากการทิ้งระเบิดนับรัอยฯลูก หลายพันครั้งที่สะพานแห่งนี้ ได้มีการซ่อมแซมทางรถไฟครั้งใหญ่หลังจากสงครามสงบลง เสันทางสายนี้ถือว่าเป็นความทรงจำอันน่าเศร้าใจ และรำลึกถึง ทางรถไฟสายมรณะยังคงเปิดใช้อยู่ ณ ปัจจุบัน จากสถานนีกาญจนบุรี ถึง สถานนีน้ำตก

[ ตรางเวลารถไฟ ]

ค่าเข้าชมสถานที่: ฟรี

ประวัติความเป็นมา เส้นทางรถไฟสายมรณะ

The Death Railway ใน ค.ศ. 1943 ทหารเชลยศึกนับพันนาย และแรงงานชาวเอเชียร่วมแรงสร้าง ทางรถไฟสายมรณะ สายนี้ภายใต้การควบคุมของจักรพรรดิ์ญี่ปุ่น เพื่อสร้างทางรถไฟสายไทย - พม่า ระยะทาง 415 กิโลเมตร ซึ่งทหารเชลยศึกส่วนมากมาเป็นชาวฮอลแลนด์ ชาวออสเตรีย และชาวอังกฤษ ได้เริ่มก่อสร้างทางรถไฟจากทางทิศใต้ของเมืองทันบูซายัด (ประเทศพม่า) เพื่อเชื่อมต่อระหว่างทางรถไฟฝั่งไทย เส้นทางสายนี้ใช้เป็นเส้นทางขนส่งเสบียงอาหารและเชลยศึกไปยังประเทศพม่า กองทหารญี่ปุ่นกับกองทหารอังกฤษได้สู้รบกันโดยที่วิศวกรชาวญี่ปุ่นได้เลือกเส้นทางที่เป็นหุบเขาและภูเขาซึ่งถือว่าเป็น งานที่ลำบากมากสำหรับเหล่าเชลยศึก ที่ต้องก่อสร้างด้วยแรงมือ และสัตว์ (ช้าง) อีกทั้งไม่สามารถทำงานด้วยเครื่องจักร ในช่วงทางรถไฟระยะ 50 กิโลเมตร จากอำเภอn ด่านเจดีย์ ซึ่งปัจจุบันเป็นช่วงเขตผ่านแดนระหว่างไทย - พม่า อย่างไรก็ตามหลังสงครามโลกสงบลงทางรถไฟเส้นนี้ได้ถูกรื้อถอด เนื่องจากความไม่ปลอดภัยของการเดินทาง อีกทั้งการเมืองในช่วงนั้นไม่เปิดโอกาสสำหรับการเมือง


สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก

Kanchanaburi War Cemetery (Don Rak)สถานที่สำหรับเชลยศึกสัมพันธมิตรที่เสียชีวิตในระหว่างการสร้างทางรถไฟสายมาณธ ได้บรรจุไว้ ณ สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก ตั้งอยู่ริมถนนแสงชูโต บนทางหลวงหมายเลข 323 เยื้องสถานีรถไฟกาญจนบุรี สุสานแห่งนี้บรรจุศพทหารเชลยศึกจำนวน 6,982 หลุม โดยส่วนมากสถานที่แห่งนี้จะพบว่าเป็นชาวออสเตรีย ฮอลแลนด์ และชาวอังกฤษ สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก ีบริเวณโดยรอบนี้มีการจัดตกแต่ปลูกไม้ประดับอย่างสวยงาม

ค่าเข้าชมสถานที่: ฟรี

สุสานทหารสัมพันธมิตรช่องไก่

Chonk-Kai War Cemeteryเป็นสุสานสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ห่างจากตัวอำเภอเพียง 2 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากริมฝั่งแม่น้ำแควน้อย ประมาณ 20 เมตร บริเวณนี้เคยเป็นที่ตั้งค่ายของเชลยศึกขนาดใหญ่สมัยสงครามโลกครั้งที่สองซึ่งเรียกว่า "ค่ายเชลยศึกช่องไก่" บริเวณสุสานเงียบสงบ ภูมิทัศน์สวยงาม มีขนาดเล็กกว่าสุสานดอนรัก บรรจุศพทหารเชลยศึกจำนวน 1,740 หลุม (แยกเป็นประเทศ ได้แก่ ชาวอังกฤษ 1,379 หลุม ,ชาวฮอลแลนด์ 313หลุม,ชาวมาลายู 42 หลุม และชาวอินเดีย 6 หลุม) บริเวณแห่งนี้เคยเป็นี่ตั้งค่ายขนาดใหญ่ ซึ่งมีทั้งโรงพยาบาล และโบสถ์ ของเหล่าเชลยศึกได้สร้างขึ้น ในจำนวน ใน 1,740 คนส่วนใหญ่เป็นเชลยศึกที่เสียชีวิตจากโรงพยาบาลใกล้เคียงถูกนำมาฝัง ณ ที่แห่งนี้

ค่าเข้าชมสถานที่: ฟรี

พิพิธภัณฑ์สงครามอักษะและเชลยศึก

JEATH War Museumพิพิธภัณฑ์สงครามอักษะและเชลยศึก หรือ พิพิธภัณฑ์สงครามวัดใต้ ซึ่งมีชื่อเรียกทางภาษาอังกฤษว่า JEATH War Museum ที่มีความหมายมาจากชื่อประเทศหลักที่มีส่วนรวมในการสงครามโลก ได้แก่ J มาจากประเทศญี่ปุ่น E มาจากประเทศอังกฤษ A มาจากประเทศออสเตรีย T มาจากประเทศไทย และ H มาจากประเทศออลแลนด์ รวมเป็นคำย่อว่า JEATH  ตั้งอยู่ในวัดไชยชุมพลชนะสงคราม (วัดใต้) ลักษณะของอาคารสร้างจำลองแบบค่ายเชลยศึกสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง เป็นกระท่อมไม้ไผ่มุงด้วยแฝกและที่นอนยกสูงจากพื้นแคบๆ ฯ ทำจากไม้ไผ่ ภายในพิพิธภัณฑ์เก็บรวบรวมภาพถ่าย ภาพเขียน หนังสือพิมพ์ และบทความที่แสดงถึงความเป็นอยู่ของเชลยศึก อีกทั้วเครื่องมือ เครื่องใช้ อาวุธ ปืน และลูกระเบิดในสมัยสงคราม สะท้อนให้เห็นความเป็นอยู่ ความทรงจำน่าสะพึงกลัวของสงครามโลกครั้งที่สอง

เวลาเปิดเข้าชม: ทุกวัน 08:30 น.  - 18:00 น.
ค่าเข้าชมสถานที่: 10 บาท ( สำหรับคนไทย ) และ 30 บาท ( สำหรับต่างประเทศ )

พิพิธภัณฑ์สงคราม(สะพานข้ามเเม่น้ำเเคว)

War Museum at the Bridgeพิพิธภัณฑ์สงครามเป็นพิพิธภัณฑ์ภาคเอกชนที่รวบรวมเก็บสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เช่น ภาพถ่าย  เครื่องการเเต่งกาย เเละอื่นๆ เป็นจำนวนมากจัดเเสดง ตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงสะพานข้ามแม่น้ำเเคว อีกทั้งการจัดเเสดงภาพวาดการต่อสู้ระหว่างคนไทยและพม่า ภาพจิตรกรรมฝาผนังบอกประวัติศาสตร์ไทยและภาพนายกรัฐมนตรีและบุคคลทางการเมืองที่สำคัญ นอกจากนี้ยังมีงานแกะสลักไม้แบบเขมร พระพุทธรูป และภาพวาดอื่น ๆ

เวลาเปิดเข้าชม: ทุกวัน 7:00 น. - 18:30 น.
ค่าเข้าชมสถานที่: 30 บาท

พิพิธภัณฑ์ทางรถไฟไทย – พม่า

Thai-Burmese Railway Centre พิพิธภัณฑ์ทางรถไฟไทย – พม่า ตั้งอยู่ตรงกันข้านกับสุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก จัดการแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การสร้าง ทางรถไฟสายมรณะ เริ่มจากสถานีบ้านโป่ง(ประเทศไทย) ถึง เมืองทาบูซาซัท(ประเทศพม่า) รวมระยะทาง 415 กิโลเมตร ริ่มตั้งแต่การเข้ามาของญี่ปุ่น การออกแบบและการก่อสร้างทางรถไฟ สภาพภูมิศาสตร์ของทางรถไฟ สภาพชีวิตในค่ายเชลย การปฏิบัติการของทางรถไฟ การทิ้งระเบิด การทำลายทางรถไฟ และเหตุการณ์หลังจากสงครามยุติ

เวลาเปิดเข้าชม: ทุกวัน 09:00 น. ถึง 17 :00 น.
ค่าเข้าชมสถานที่: ผู้ใหญ่ท่านละ 100 บาท เด็กท่านละ 50 บาท

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติบ้านเก่า

Ban Kao National Museum พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเก่า ตั้งอยู่ตำบลบ้านเก่า ห่างจากตัวเมือง ประมาณ 35 กิโลเมตร อยู่ใกล้เเม่น้ำสามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงานของแม่น้ำ เป็นสถานที่ขุดพบแหล่งหลังฐานทางโบราณคดีเกี่ยวกับมนุษย์สมัยหินยุคใหม่ก่อนประวัติศาสตร์แห่งแรกในประเทศไทย เมื่อ พ.ศ. 2506 ที่ถูกค้นพบโดยทหารเชลยศึกระหว่างการสร้าง ทางรถไฟสายมรณะ เมื่อประมาณ 4,000 ปีมาแล้วมนุษย์ยุคหินใหม่ได้อาศัยอยู่บริเวณแห่งนี้ มีการเดินทางและล่าสัตว์ใกล้กับลุ่มแม่น้ำแคว การอาศัยโดยการซ่อนตัวบริเวณโขดหินหรือภายในถ้ำบริเวณลุ่มแม่น้ำแคว  หลักฐานที่ได้ค้นพบได้แก่ โครงกระดูกมนุษย์ ขวานหิน เครื่องประดับที่ทำจากโครงกระดูกและเครื่องปั้นดินเผา 
การเดินทาง โดยตามทางหลวงหมายเลข 323 (กาญจนบุรี - ไทรโยค) จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3229 แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 3455 ขับไปประมาณ 3 กิโลเมตรให้เลี้ยวเข้าวัดท่าโป๊ะ ประมาณ 1 กิโลเมตร

เวลาเปิดเข้าชม: เวลา 08.30 – 16.30 น. 09:00 น. ถึง 16 :00 น.
ค่าเข้าชมสถานที่:20 บาท (คนไทย ท่านละ 10 บาท ชาวต่างชาติ ท่านละ 50 บาท)
info พิพิธภัณฑ์จะปิดในวันจันทร์และวันอังคาร

โรงเรียนสองลิง - กาญจนบุรี

Kanchanaburi Monkey School โรงเรียนสอนลิง ตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 3228 ก่อนถึงวัดถ้ำเขาปูน ซึ่งมีลิงที่ได้รับการอบรม อาทิเช่นการลูกมะพร้าว ดำน้ำ เล่นบาสเก็ต ทางโรงเรียนสอนลิงได้เลี้ยงลิงไว้ทั้งหมด 17 ตัว และชะนี 1 ตัว  ลิงทั้งหมดได้รับการช่วยเหลือ เเละ ในบางส่วนได้รับการรักษาจากอาการบาดเจ็บ หรือป่วย

เวลาเปิดเข้าชม: ทุกวัน 10:00 น. ถึง 16 :30 น.
ค่าเข้าชมสถานที่: 150 บาท
info การเเสดงเริ่มเมื่อมีนักท่องเที่ยวติดต่อ

วัดเขาปูนและถ้ำเขาปูน

Ban Kao National Museumวัดถ้ำเขาปูน อยู่ห่างจากตัวเมือง ประมาณ 5 กิโลเมตร บนทางหลวงหมายเลข 3228 บริเวณวัดเเห่งนี้เคยเป็นค่ายเชลยศึกในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 มีถ้ำขนาดกลางอยู่ในวัด ภายในถ้ำเเบ่งเป็นหลายห้อง เเต่ล่ะห้องประดิษฐานพระพุทธรูป หลังพระวิหารทางไปท่าเเม่น้ำ ซึ่งมีพระสังกัจจายน์องค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่บนยอดเขา การเดินทาง สามารถขับรถส่วนตัว จักยานต์ มอเตอร์ไซด์ หรือ ทางเรือ (เช่าเหมาลำ)

เวลาเปิดเข้าชม: ทุกวัน 09:00 น. ถึง 17 :30 น.
ค่าเข้าชมสถานที่: 20 บาท (สำหรับถ้ำ)

Elephant's world(โลกของช้าง)

Elephant's World - elephant conservation centre KanchanaburiElephant's world เป็นศูนย์อนุรักษ์ช้าง ตั้งอยู่ในจังหวัดกาญจนบุรี เป็นค่ายการอนุรักษ์ช้างที่จัดตั้งขึ้นโดยสัตว์แพทย์ ดร. ได้จัดตั้งเป็นศูนย์อนุรักษ์ช้างในปี 2008 โดยให้คำปรึษาเเละดูเเลช้างที่ได้รับบาดเจ็บหรือบ้างเชือกที่ไม่เหมาะสำหรับการทำงาน จุดเป้าหมายของ ดร. ประสิทธิ์พล คือการดูเเลช้างทุกเชือกให้หายเจ็บปวยหรือทุเลา เเละไม่ต้องทำงานหนัก สถานที่ตั้งติดกับแม่น้ำบริเวณใกล้เคียงสนามกอล์ฟนิชิโกะใน ตำบลลาดหญ้า ห่างจากตัวเมืองประมาณ 30 กิโลเมตร ดร. ประสิทธิ์พล ทำงานร่วมกับช้างเป็นเวลาหลายปี และได้รวมดูเเลช้างในเขตอุทยานฯ จังหวัดกาญจนบุรี นอกจากนี้ยังสอนกลุ่มนักเรียนจากกรุงเทพฯถึงวิธีการรักษาช้างบาดเจ็บและวิธีการอาการต่างๆ และยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะมาเป็นอาสาสมัครมาดูเเลช้าง ซึ่งสามารถร่วมกิจกรรมกับช้าง อาทิเช่น การอาบน้ำช้าง และอยู่กับควานช้าง เก็บอาหารสำหรับ pachyderms  หรือการพักเเรม โดยจะมีโปรเเกรม 2 วัน เเละ 3 วัน สามารถติดต่อได้จากเว็บไซต์ บริการรถรับที่ตัวเมือง

เวลาเปิดเข้าชม:ทุกวัน 08:00 น. ถึง 18 :00 น.
ค่าเข้าชมสถานที่:650บาท (ครึ่งวัน) / 1,350 บาท (เต็มวัน)
ค่าที่พัก:200 บาท – 2,000 บาท

Advertisements
Thanks to our sponsors
© 2003 - by Edgar König